วันพฤหัสบดีที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2556

ประโยชน์และการใช้งาน Tablet



ประโยชน์และการใช้งาน
Tablet



แท็บเล็ตสารพัดประโยชน์
เทคโนโลยีฯ ที่มีผลต่อการดำเนินชีวิตของเราคงจะหนีไม่พ้นแท็บเล็บ เพราะสามารถทำได้สารพัดประโยชน์ ความสามารถใกล้เคียงกับโน๊ตบุ๊ค แต่แท็บเล็ตมีขนาดเล็กกว่าทำให้พกพาไปไหนก็ง่าย การใช้งานก็สะดวก น้ำหนักก็เบา อีกทั้งแท็บเล็ตยังเป็นสื่อการเรียนการสอนสำหรับเด็กได้อีกด้วย จึงทำให้พ่อแม่หันมาซื้อแท็บเล็ตให้แก่เด็กๆ เป็นสื่อการเรียนการสอนที่ทันสมัย


สำหรับประโยชน์ของแท็บเล็ตที่กำลังเป็นกระแสอยู่ตอนนี้คือ แท็บเล็ตเป็นสื่อการเรียนรู้สำหรับเด็ก ด้วยการเล่นแอพพลิเคชั่นที่ส่งเสริมพัฒนาการของเด็กผ่านทางแท็บเล็ตได้ เช่น แอพพลิเคชั่นช่วยให้เด็กหัดคิดเลข ทำให้เพลิดเพลินกับการเล่นแท็บเล็ตด้วย คิดเลขไปด้วยประกอบกับภาพสีสันที่น่าสนใจบนแท็บเล็ต เป็นต้น
นอกจากแท็บเล็ตจะเป็นสื่อการเรียนรู้ของเด็กแล้วยังสามารถช่วยให้ผู้ใหญ่ทำงานได้ เช่น เช็คอีเมลล์ เช็คข้อมูลตลาดหุ้นออนไลน์ได้ไวกว่าใคร หรือใช้แท็บเล็ตในการท่องเว็บไซต์ค้นคว้าหาความรู้ได้ ที่สำคัญใช่เล่นแชทออนไลน์หรือเฟสบุ๊คก็ดูง่ายและสะดวกบนแท็บเล็ตขนาดเล็ก พกพาง่ายอีกด้วย


ที่มารูปภาพ : http://www.oknation.net/blog/print.php?id=740203

วันพุธที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2556

ประโยชน์และการใช้งาน Notebook



ประโยชน์และการใช้งาน
Notebook

ที่มารูป : http://www.notebookfocus.com/read-news/227/

ประโยชน์ของคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คขนาดเล็ก

มินิคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คที่มีชิ้นใหม่ที่ดีของอุปกรณ์และพวกเขามีผลประโยชน์แตกต่างกันมากพวกเขาประหยัดพื้นที่, เงิน, เวลาและ เหล่านี้ gadgets ใหม่ขนาดเล็กไม่เสียค่าใช้จ่ายโชคและมีขนาดเล็กพอที่คุณสามารถใช้พวกเขาทุกที่โดยไม่ต้องมีการจัดการกับถุงขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยสายไฟและซีดีที่มักจะอยู่ในที่มีแล็ปท็อปปกติ

ค่าใช้จ่ายของโน้ตบุ๊คขนาดเล็กที่ยังเป็นบวก! ถ้าคุณเช่าแล็ปท็อปแล้วคุณจะต้องจ่ายเงินมากขึ้นว่าถ้าคุณกำลังจะซื้อคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คและเมื่อการให้เช่าที่คุณไม่ได้เป็นของตัวเองซึ่งหมายความว่าอาจจะมีค่าใช้จ่ายที่ซ่อนอยู่ "ขายบิ๊ก","Outlet คอมพิวเตอร์"หรือ"ซื้อโน๊ตบุ๊คแล็ปท็อป"คุณจะเห็นสัญญาณเช่นนี้และคุณอาจคิดว่ามันเป็นความคิดที่ดี แต่มันเป็นทั้งหมดที่มักจะมีราคาแพงเกินไป แล็ปท็อปโน้ตบุ๊คที่มีขนาดใหญ่มีราคาแพงมากขึ้นเพราะพวกเขามีคุณสมบัติเพิ่มมากที่สุดของเราไม่เคยใช้ คอมพิวเตอร์เหล่านี้ให้คุณเลือกที่ไม่ต้องซื้อเป็นหนึ่งในบรรดาโน๊ตบุ๊คแล็ปท็อปที่มีราคาแพงเพราะเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คขนาดเล็กที่มีราคาไม่แพงมากและไม่ทั้งหมดเป็นสิ่งพื้นฐานที่เรามักจะกำล​​ังมองหาในสมุดบันทึก

มินิคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คมีบางส่วนของคุณสมบัติที่ดีที่สุดที่ก็ไม่สามารถเปรียบเทียบกับรูปแบบขนาดใหญ่อื่น ๆ มันมีขนาดเล็กซึ่งเป็นข้อได้เปรียบที่พูดสำหรับตัวเองมันเป็น; คุณสามารถใช้พวกเขาทุกใช้พวกเขาอย่างรวดเร็วและง่ายดายและพวกเขาจะดีสำหรับคนผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นเรียนรู้วิธีการในการท่องเว็บ

โน้ตบุ๊คเป็นวิธีที่ดีที่จะสอนให้ยายวิธีการอ่านอีเมลที่ร้านค้าและร้านค้าออนไลน์ สำหรับบรรดาของคุณที่ไม่ได้ใช้เวลาหลายชั่วโมงต่อวันในเครื่องคอมพิวเตอร์โดยใช้โปรแกรมที่ซับซ้อนสำหรับงานมืออาชีพแล้วคุณจริงๆไม่จำเป็นต้องจินตนาการว่าแล็ปท็อปมีราคาแพง หากคุณชอบฉันและจริงๆเท่านั้นใช้คอมพิวเตอร์ในการทำบางอย่างการเขียนแสงและการท่องเว็บเล็ก ๆ น้อย ๆ แล้วเป็นโน้ตบุ๊คขนาดเล็กที่ดีที่สุดคือมันไม่มีค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมากและมันไม่ทุกสิ่งที่คุณต้องการจะทำ

ถ้าคุณเป็นนักเรียนที่ต้องการสิ่งที่จดบันทึกในชั้นเรียนเป็นโน้ตบุ๊คที่เหมาะเป็นอย่างยิ่งเพราะมันมีขนาดเล็กน้ำหนักเบาและไม่ได้เพิ่ม £ 10 ถึงหนังสือที่คุณมีอยู่แล้วดำเนินรอบ โบนัสมีเหตุผลที่ดีมากที่จะซื้อคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คขนาดเล็กราคาต่ำและขนาดเล็กที่มีการเพิ่มเพียงเพื่อให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ดี 


ประโยชน์และการใช้งาน Micro Computer



ประโยชน์และการใช้งาน
Micro Computer

ไมโครคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดเล็ก บางคนเห็นว่าเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานส่วนบุคคล หรือเรียกว่า พีซี (
Personal Computer : PC) สามารถใช้เป็นเครื่องต่อเชื่อมในเครือข่าย หรือใช้เป็นเครื่องปลายทาง (terminal) ซึ่งอาจจะทำหน้าที่เป็นเพียงอุปกรณ์รับและแสดงผลสำหรับป้อนข้อมูลและดูผลลัพธ์ โดยดำเนินการการประมวลผลบนเครื่องอื่นในเครือข่าย
อาจจะกล่าวได้ว่าไมโครคอมพิวเตอร์ คือเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีหน่วยประมวลผลกลางเป็นไมโครโพรเซสเซอร์ ใช้งานง่าย ทำงานในลักษณะส่วนบุคคลได้ สามารถแบ่งแยกไมโครคอมพิวเตอร์ตามขนาดของเครื่องได้ดังนี้


 คอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ (desktop computer) เป็นไมโครคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดเล็กถูกออกแบบมาให้ตั้งบนโต๊ะ มีการแยกชิ้นส่วนประกอบเป็น ซีพียู จอภาพ และแผงแป้งอักขระ



แล็ปท็อปคอมพิวเตอร์ (laptop computer) เป็นไมโครคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่วางใช้งานบนตักได้ จอภาพที่ใช้เป็นแบบแบนราบชนิดจอภาพผนึกเหลว (Liquid Crystal Display : LCD) น้ำหนักของเครื่องประมาณ 3-8 กิโลกรัม


 
โน้ตบุ๊คคอมพิวเตอร์ (notebook computer) เป็นไมโครคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดและความหนามากกว่าแล็ปท็อป น้ำหนักประมาณ 1.5-3 กิโลกรัม จอภาพแสดงผลเป็นแบบราบชนิดมีทั้งแบบแสดงผลสีเดียว หรือแบบหลายสี โน้ตบุ๊คที่มีขายทั่วไปมีประสิทธิภาพและความสามารถเหมือนกับแล็ปท็อป



ปาล์มท็อปคอมพิวเตอร์ (palmtop computer) เป็นไมโครคอมพิวเตอร์สำหรับทำงานเฉพาะอย่าง เช่นเป็นพจนานุกรม เป็นสมุดจนบันทึกประจำวัน บันทึกการนัดหมายและการเก็บข้อมูลเฉพาะบางอย่างที่สามารถพกพาติดตัวไปมาได้สะดวก
ประโยชน์และการใช้งาน Micro Computer
               1. งานธุรกิจ เช่น บริษัท ร้านค้า ห้างสรรพสินค้า ตลอดจนโรงงานต่างๆ ใช้คอมพิวเตอร์ในการทำบัญชี งานประมวลคำ และติดต่อกับหน่วยงานภายนอกผ่านระบบโทรคมนาคม นอกจากนี้งานอุตสาหกรรม ส่วนใหญ่ก็ใช้คอมพิวเตอร์มาช่วยในการควบคุมการผลิต และการประกอบชิ้นส่วนของอุปกรณ์ต่างๆ เช่น โรงงานประกอบรถยนต์ ซึ่งทำให้การผลิตมีคุณภาพดีขึ้นบริษัทยังสามารถรับ หรืองานธนาคาร ที่ให้บริการถอนเงินผ่านตู้ฝากถอนเงินอัตโนมัติ (ATM ) และใช้คอมพิวเตอร์คิดดอกเบี้ยให้กับผู้ฝากเงิน และการโอนเงินระหว่างบัญชี เชื่อมโยงกันเป็นระบบเครือข่าย
               2. งานวิทยาศาสตร์ การแพทย์ และงานสาธารณสุข สามารถนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในนำมาใช้ในส่วนของการคำนวณที่ค่อนข้างซับซ้อน เช่น งานศึกษาโมเลกุลสารเคมี วิถีการโคจรของการส่งจรวดไปสู่อวกาศ หรืองานทะเบียน การเงิน สถิติ และเป็นอุปกรณ์สำหรับการตรวจรักษาโรคได้ ซึ่งจะให้ผลที่แม่นยำกว่าการตรวจด้วยวิธีเคมีแบบเดิม และให้การรักษาได้รวดเร็วขึ้น
               3. งานคมนาคมและสื่อสาร ในส่วนที่เกี่ยวกับการเดินทาง จะใช้คอมพิวเตอร์ในการจองวันเวลา ที่นั่ง ซึ่งมีการเชื่อมโยงไปยังทุกสถานีหรือทุกสายการบินได้ ทำให้สะดวกต่อผู้เดินทางที่ไม่ต้องเสียเวลารอ อีกทั้งยังใช้ในการควบคุมระบบการจราจร เช่น ไฟสัญญาณจราจร และ การจราจรทางอากาศ หรือในการสื่อสารก็ใช้ควบคุมวงโคจรของดาวเทียมเพื่อให้อยู่ในวงโคจร ซึ่งจะช่วยส่งผลต่อการส่งสัญญาณให้ระบบการสื่อสารมีความชัดเจน
               4. งานวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม สถาปนิกและวิศวกรสามารถใช้คอมพิวเตอร์ในการออกแบบ หรือ จำลองสภาวการณ์ ต่างๆ เช่น การรับแรงสั่นสะเทือนของอาคารเมื่อเกิดแผ่นดินไหว โดยคอมพิวเตอร์จะคำนวณและแสดงภาพสถานการณ์ใกล้เคียงความจริง รวมทั้งการใช้ควบคุมและติดตามความก้าวหน้าของโครงการต่างๆ เช่น คนงาน เครื่องมือ ผลการทำงาน
               5. งานราชการ เป็นหน่วยงานที่มีการใช้คอมพิวเตอร์มากที่สุด โดยมีการใช้หลายรูปแบบ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบทบาทและหน้าที่ของหน่วยงานนั้นๆ เช่น กระทรวงศึกษาธิการ มีการใช้ระบบประชุมทางไกลผ่านคอมพิวเตอร์,กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้จัดระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเพื่อเชื่อมโยงไปยังสถาบันต่างๆ, กรมสรรพากร ใช้จัดในการจัดเก็บภาษี บันทึกการเสียภาษี เป็นต้น
               6. การศึกษา ได้แก่ การใช้คอมพิวเตอร์ทางด้านการเรียนการสอน ซึ่งมีการนำคอมพิวเตอร์มาช่วยการสอนในลักษณะบทเรียน CAI หรืองานด้านทะเบียน ซึ่งทำให้สะดวกต่อการค้นหาข้อมูลนักเรียน การเก็บข้อมูลยืมและการส่งคืนหนังสือห้องสมุด



คอมพิวเตอร์


คอมพิวเตอร์คืออะไร

คอมพิวเตอร์เข้ามามีบทบาทที่สำคัญยิ่งต่อสังคมของมนุษย์เราในปัจจุบัน แทบทุกวงการล้วนนำคอมพิวเตอร์เข้าไปเกี่ยวข้องกับการใช้งาน จนกล่าวได้ว่าคอมพิวเตอร์เป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการดำเนินชีวิตและการทำงานในชีวิตประจำวัน ฉะนั้นการเรียนรู้เพื่อทำความรู้จักกับคอมพิวเตอร์จึงถือเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นเป็นอย่างยิ่งเพื่อที่จะทราบว่าคอมพิวเตอร์คืออะไร ทำงานอย่างไร และมีความสำคัญต่อมนุษย์อย่างไร เราจึงควรทำการศึกษาในหัวข้อต่อไปนี้

 
ความหมายของ Computer
  คอมพิวเตอร์มาจากภาษาละตินว่า Computare ซึ่งหมายถึง การนับ หรือ การคำนวณ  พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 ให้ความหมายของคอมพิวเตอร์ไว้ว่า "เครื่องอิเล็กทรอนิกส์แบบอัตโนมัติ ทำหน้าที่เหมือนสมองกล ใช้สำหรับแก้ปัญหาต่างๆ ที่ง่ายและซับซ้อนโดยวิธีทางคณิตศาสตร์"
 คอมพิวเตอร์จึงเป็นเครื่องจักรอิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ทำงานแทนมนุษย์ ในด้านการคิดคำนวณ
และสามารถจำข้อมูล ทั้งตัวเลขและตัวอักษรได้เพื่อการเรียกใช้งานในครั้งต่อไป  นอกจากนี้ ยังสามารถจัดการกับสัญลักษณ์ได้ด้วยความเร็วสูง โดยปฏิบัติตามขั้นตอนของโปรแกรม คอมพิวเตอร์ยังมีความสามารถในด้านต่างๆ อีกมาก อาทิเช่น การเปรียบเทียบทางตรรกศาสตร์ การรับส่งข้อมูล การจัดเก็บข้อมูลในตัวเครื่องและสามารถประมวลผลจากข้อมูลต่างๆ ได้
 การทำงานของ Computer
 คอมพิวเตอร์ไม่ว่าจะเป็นประเภทใดก็ตาม จะมีลักษณะการทำงานของส่วนต่างๆที่มีความสัมพันธ์กันเป็น
กระบวนการ  โดยมีองค์ประกอบพื้นฐานหลักคือ  Input  Process และ output   ซึ่งมีขั้นตอนการทำงาน    
 
ขั้นตอนที่ 1 : รับข้อมูลเข้า (Input)
เริ่มต้นด้วยการนำข้อมูลเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์  ซึ่งสามารถผ่านทางอุปกรณ์ชนิดต่างๆ แล้วแต่ชนิดของข้อมูลที่
จะป้อนเข้าไป เช่น   ถ้าเป็นการพิมพ์ข้อมูลจะใช้แผงแป้นพิมพ์ (Keyboard) เพื่อพิมพ์ข้อความหรือโปรแกรมเข้า
เครื่อง   ถ้าเป็นการเขียนภาพจะใช้เครื่องอ่านพิกัดภาพกราฟิค (Graphics Tablet) โดยมีปากกาชนิดพิเศษสำ
หรับเขียนภาพ   หรือถ้าเป็นการเล่นเกมก็จะมีก้านควบคุม (Joystick) สำหรับเคลื่อนตำแหน่งของการเล่นบนจอ
ภาพ เป็นต้น
 
ขั้นตอนที่ 2 : ประมวลผลข้อมูล (Process)
เมื่อนำข้อมูลเข้ามาแล้ว เครื่องจะดำเนินการกับข้อมูลตามคำสั่งที่ได้รับมาเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ การ
ประมวลผลอาจจะมีได้หลายอย่าง เช่น นำข้อมูลมาหาผลรวม นำข้อมูลมาจัดกลุ่ม นำข้อมูลมาหาค่ามากที่สุด
หรือน้อยที่สุด เป็นต้น
 
ขั้นตอนที่ 3 : แสดงผลลัพธ์ (Output)
เป็นการนำผลลัพธ์จากการประมวลผลมาแสดงให้ทราบทางอุปกรณ์ที่กำหนดไว้   โดยทั่วไปจะแสดงผ่านทาง
จอภาพ หรือเรียกกันโดยทั่วไปว่า "จอมอนิเตอร์" (Monitor) หรือจะพิมพ์ข้อมูลออกทางกระดาษโดยใช้เครื่อง
พิมพ์ก็ได้
ที่มารูป:http://myninegirls1.blogspot.com/

ลักษณะเด่นของ
Computer
 เครื่องคอมพิวเตอร์ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้มีจุดเด่น 4 ประการ เพื่อทดแทนข้อจำกัดของมนุษย์ เรียกว่า 4 S special ดังนี้
-1. หน่วยเก็บ (Storage)  หมายถึง ความสามารถในการเก็บข้อมูลจำนวนมากและเป็นเวลานานนับเป็นจุดเด่นทางโครงสร้างและเป็นหัวใจของการทำงานแบบอัตโนมัติของเครื่องคอมพิวเตอร์ ทั้งเป็นตัวบ่งชี้ประสิทธิภาพของคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องด้วย
-2. ความเร็ว (Speed)หมายถึง ความสามารถในการประมวลผลข้อมูล (Processing Speed) โดยใช้เวลาน้อย เป็นจุดเด่นทางโครงสร้างที่ผู้ใช้ทั่วไปมีส่วนเกี่ยวข้องน้อยที่สุด เป็นตัวบ่งชี้ประสิทธิภาพของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สำคัญส่วนหนึ่งเช่นกัน
-3. ความเป็นอัตโนมัติ (Self Acting)หมายถึง ความสามารถในการประมวลผลข้อมูลตามลำดับขั้นตอนได้อย่างถูกต้องและต่อเนื่องอย่างอัตโนมัติ โดยมนุษย์มีส่วนเกี่ยวข้องเฉพาะในขั้นตอนการกำหนดโปรแกรมคำสั่งและข้อมูลก่อนการประมวลผลเท่านั้น
-4. ความน่าเชื่อถือ (Sure)หมายถึง ความสามารถในการประมวลผลให้เกิดผลลัพธ์ที่ถูกต้อง ความน่าเชื่อถือนับเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ ความสามารถนี้เกี่ยวข้องกับโปรแกรมคำสั่งและข้อมูลที่มนุษย์กำหนดให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์โดยตรง กล่าวคือ หากมนุษย์ป้อนข้อมูลที่ไม่ถูกต้องให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ก็ย่อมได้ผลลัพธ์ที่ไม่ถูกต้องด้วยเช่นกัน
 ประโยชน์ของ Computer
 จากการที่คอมพิวเตอร์มีลักษณะเด่นหลายประการ ทำให้ถูกนำมาใช้ประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตประจำวันในสังคมเป็นอย่างมาก  ที่พบเห็นได้บ่อยที่สุดก็คือ การใช้ในการพิมพ์เอกสารต่างๆ เช่น พิมพ์จดหมาย รายงาน เอกสารต่างๆ ซึ่งเรียกว่างานประมวลผล ( word processing ) นอกจากนี้ยังมีการประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์ในด้านต่างๆ อีกหลายด้าน ดังต่อไปนี้

งานธุรกิจ
 เช่น บริษัท ร้านค้า ห้างสรรพสินค้า ตลอดจนโรงงานต่างๆ ใช้คอมพิวเตอร์ในการทำบัญชี งานประมวลคำ และติดต่อกับหน่วยงานภายนอกผ่านระบบโทรคมนาคม นอกจากนี้งานอุตสาหกรรม ส่วนใหญ่ก็ใช้คอมพิวเตอร์มาช่วยในการควบคุมการผลิต และการประกอบชิ้นส่วนของอุปกรณ์ต่างๆ เช่น โรงงานประกอบรถยนต์ ซึ่งทำให้การผลิตมีคุณภาพดีขึ้นบริษัทยังสามารถรับ หรืองานธนาคาร ที่ให้บริการถอนเงินผ่านตู้ฝากถอนเงินอัตโนมัติ ( ATM ) และใช้คอมพิวเตอร์คิดดอกเบี้ยให้กับผู้ฝากเงิน และการโอนเงินระหว่างบัญชี เชื่อมโยงกันเป็นระบบเครือข่าย

งานวิทยาศาสตร์ การแพทย์ และงานสาธารณสุข
 สามารถนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในนำมาใช้ในส่วนของการคำนวณที่ค่อนข้างซับซ้อน เช่น งานศึกษาโมเลกุลสารเคมี วิถีการโคจรของการส่งจรวดไปสู่อวกาศ  หรืองานทะเบียน การเงิน สถิติ และเป็นอุปกรณ์สำหรับการตรวจรักษาโรคได้ ซึ่งจะให้ผลที่แม่นยำกว่าการตรวจด้วยวิธีเคมีแบบเดิม และให้การรักษาได้รวดเร็วขึ้น

งานคมนาคมและสื่อสาร
 ในส่วนที่เกี่ยวกับการเดินทาง จะใช้คอมพิวเตอร์ในการจองวันเวลา ที่นั่ง ซึ่งมีการเชื่อมโยงไปยังทุกสถานีหรือทุกสายการบินได้ ทำให้สะดวกต่อผู้เดินทางที่ไม่ต้องเสียเวลารอ อีกทั้งยังใช้ในการควบคุมระบบการจราจร เช่น ไฟสัญญาณจราจร และ การจราจรทางอากาศ หรือในการสื่อสารก็ใช้ควบคุมวงโคจรของดาวเทียมเพื่อให้อยู่ในวงโคจร ซึ่งจะช่วยส่งผลต่อการส่งสัญญาณให้ระบบการสื่อสารมีความชัดเจน

งานวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม
 สถาปนิกและวิศวกรสามารถใช้คอมพิวเตอร์ในการออกแบบ หรือ จำลองสภาวการณ์ ต่างๆ เช่น การรับแรงสั่นสะเทือนของอาคารเมื่อเกิดแผ่นดินไหว โดยคอมพิวเตอร์จะคำนวณและแสดงภาพสถานการณ์ใกล้เคียงความจริง รวมทั้งการใช้ควบคุมและติดตามความก้าวหน้าของโครงการต่างๆ เช่น คนงาน เครื่องมือ ผลการทำงาน

งานราชการ
 เป็นหน่วยงานที่มีการใช้คอมพิวเตอร์มากที่สุด โดยมีการใช้หลายรูปแบบ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบทบาทและหน้าที่ของหน่วยงานนั้นๆ เช่น กระทรวงศึกษาธิการ มีการใช้ระบบประชุมทางไกลผ่านคอมพิวเตอร์ , กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้จัดระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเพื่อเชื่อมโยงไปยังสถาบันต่างๆ , กรมสรรพากร ใช้จัดในการจัดเก็บภาษี บันทึกการเสียภาษี เป็นต้น

การศึกษา
 ได้แก่ การใช้คอมพิวเตอร์ทางด้านการเรียนการสอน ซึ่งมีการนำคอมพิวเตอร์มาช่วยการสอนในลักษณะบทเรียน CAI หรืองานด้านทะเบียน ซึ่งทำให้สะดวกต่อการค้นหาข้อมูลนักเรียน การเก็บข้อมูลยืมและการส่งคืนหนังสือห้องสมุด